อัญเชิญตะเคียนคู่พันปีขึ้นจากน้ำ เผยท่านปู่ย่าเข้าฝันประชาชนขอให้ช่วย

ประชาชน อ.ศรีสงคราม ที่นครพนม ทำพิธีนำไม้ตะเคียนคู่อายุนับพันปีขึ้นจากริมห้วยคูณ หลัง เจ้าปู่ย่าตะเคียนเข้าฝันราษฎร อยากขึ้นจากน้ำ เชื่อมาให้โชคลาภ ด้านคอหวยไม่พลาดแห่ส่องเลขโค้งสุดท้าย
ที่ชุมชนเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นายสมัญตะ อรรคศรีวร อายุ 40 ปี พร้อมด้วยประชาชน และคนที่มีศรัทธาความเชื่อ เกี่ยวกับ เจ้าแม่ตะเคียน ได้พากันประกอบพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนยักษ์ อายุเก่าแก่ เกือบ 1,000 ปี ขึ้นจากริมห้วยคูณ ที่อยู่ติดกับที่ทางหลังบ้านเลขที่ 646 หมู่ 7 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
สืบด้วยเหตุว่าก่อนนี้ เจ้าของบ้านได้ฝันว่า มีเจ้าปู่ตะเคียน กับเจ้าแม่ตะเคียน มานิมิตในฝันว่า จมอยู่ใต้น้ำมาหลายปี และอยากขึ้นมาจากน้ำ และขอให้นำไปไว้ที่วัด เพื่อให้เป็นศิริมงคล สอดคล้องกับ มีราษฎรอีกคน คือ นางนวล ผันศิริ อายุ 82 ปี ประชาชน ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม ได้นิมิตฝันว่า สามี และบุตรสาว ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุจมน้ำในลำห้วย ทั้ง 2 พ่อลูก เมื่อประมาณ 50 ปี ที่แล้ว อยากขึ้นมาจากน้ำ จนกระทั่งเจ้าของบ้าน มีความเชื่อว่า ต้นไม้ตะเคียนที่ล้มตายจมในห้วย เพราะว่าเดิมมีต้นตะเคียนคู่ 2 ต้น อายุเกือบ 1,000 ปี อยู่ริมห้วย แต่หลังมีการก่อสร้างพัฒนาห้วยคูณ ได้โค่นลง จมอยู่ในน้ำมานานกว่า 50 ปี หลังเจ้าของบ้านที่อยู่ติดลำห้วย มีนิมิตฝัน เจ้าพ่อตะเคียน เจ้าแม่ตะเคียน อยากขึ้นมาจากน้ำ จึงพากันประกอบพิธีขอขมาอัญเชิญ ขึ้นมาจากน้ำ
หลังประกอบพิธี เจ้าของบ้าน และคนที่มีความเลื่อมใสศรัทธา ได้นำเครื่องจักร รถเคน รถลาก ช่วยกันดึงไม้พะยูงขนาดใหญ่ จำนวน 2 ท่อน ความยาวประมาณ ท่อนละ 10 เมตร รวมทั้งกิ่งก้านขนาดใหญ่ ขึ้นมาจากใต้น้ำริมห้วย เพื่อให้จะนำไปไปถวายวัดเป็นสิริมงคลกับราษฎร เก็บไว้ให้ราษฎร ผู้มีจิตศรัทธาได้ มาชื่นชมกราบไหว้ขอโชค ตามประเพณีความเชื่อ เพราะไม้ตะเคียนถือว่า เป็นไม้มงคลที่เชื่อว่ามีเจ้าพ่อ เจ้าแม่ตะเคียน และเทวดา ปกปักษ์รักษา
จากการวิเคราะห์ คาดว่าอายุประมาณเกือบ 1,000 ปี ซึ่งโค่นล้มจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 50 ปี ขณะเดียวกันหลังนำไม้ตะเคียนคู่ขึ้นมาจากริมห้วย ได้ มีราษฎร ต่างพากันแห่ไปชื่นชมขอโชค ส่องหาเลขเด็ด เหตุเพราะใกล้วันหวยออก ทั้งยังยังเชื่อว่า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ตะเคียนคู่ จะมาให้โชคลาภ บางคนถือโอกาสนำบ้านเลขที่ คือ 646 รวมทั้ง เลขทะเบียนรถบรรทุกที่นำมาชักลาก บรรทุกไม้พะยูง คือ 80 -4560 นำไปตีเป็นเลขเด็ดเสียงโชค ตามความเชื่อ

200ปี “หวย ไทย” จากโรงหวยที่แรก สู่ หวย ไฮบริด ก่อนเป็น “ลอตเตอรี่”

200ปี “หวย ไทย” จากโรงหวยที่แรก สู่ หวย ไฮบริด ก่อนเป็น “ลอตเตอรี่”
คึกคักกันสุดๆในแวดวงคนชอบเสี่ยงดวงในด้าน หวย เดี๋ยวนี้ก็คือ หวยน้องใหม่ “สลากภาพ 12 ดาว” ที่คณะผู้ตัดสินสลกกินแบ่ง พึ่งมีข้อสรุปกันใหม่ๆหวังจะให้เป็นโอกาสใหม่ของคนถูกใจลุ้น โดยสลากภาพ 12 ดาว ขายในราคา 50 บาท มี 4 หลัก แนวทางเล่นให้เลือก 1 ภาพต่อ 1 หลัก จาก 12 ภาพดาว มีทั้งยังรางวัลตรงรวมทั้งโต๊ด
ข้อดีของสลากจำพวกนี้เป็น สามารถเลือกเลขได้ตามความจำเป็น ไม่มีปัญหาเรื่อง “เลขเน่า” แถมยังแปลกใหม่ เหมาะกับการเล่นเพื่อให้ความสำราญใจ โดยไม่อิงผลของการออกรางวัลสลากแบบเดิม แม้กระนั้นมีจุดด้วยเป็นไม่มีรางวัลแจ๊คพอเพียงต บางทีอาจไม่ดึงดูดใจให้มีผู้บริโภคมากพอ
ระหว่างรอคอยว่า คนเมืองไทยจะได้ลุ้นกับหวยนักษัตรนัดแรกของโลกกันไหม เชิญไปไล่มองประวัติศาสตร์ลอตเตอรี่แบบไทยๆย้อนไปกันว่า 200 ปีให้หลัง มีเรื่องมีราวราวยังไงกันบ้าง
ประวัติศาสตร์ของ หวยไทย
สมัยเริ่มลอตเตอรี่ไทย สไตล์จีนๆ
จากกล่าวในโครงงานเรียนรู้เกี่ยวกับ “สลากกินแบ่ง” โดย สรพิชญ์ ฤทธิจรูญโรจน์ ให้ข้อมูลว่า สลากกินแบ่งเกิดขึ้นในเมืองไทยหนแรกโดยคนจีนย้ายถิ่นตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ราวปี พุทธศักราช2360 โดยขั้นแรกนิยมเล่นในหมู่คนจีนย้ายถิ่นร่วมกันเอง จนกระทั่งปี พุทธศักราช2375 ในยุครัชกาลที่ 3 เกิดปัญหาภัยแล้ง ข้าวขาด จำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างแดน ราษฎรขาดเงินซื้อข้าวกิน ส่วนคนใดกันที่มีเงินก็เอาใส่ไหฝัง ไม่ยินยอมนำเงินออกมาใช้
เมื่อนายอากรไม่มีค่าเงินหลวงส่ง สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดให้ตั้ง “โรงหวย” ขึ้นเพื่อให้พสกนิกรนำเงินออกมาใช้ โรงหวยที่แรก ตั้งในปี พุทธศักราช2378 อยู่ที่รอบๆสะพานหัน บริหารโดย เจ้าสัวหง ออกลอตเตอรี่ในตอนเวลาเช้าของวันแล้ววันเล่า ต่อมา พระศรีวิโรจน์ มีความคิดมองว่า ธุรกิจการค้าลอตเตอรี่แสนจะอู้ฟู่จึงต้องการเปิดบ้าง จึงกำเนิดเป็น โรงลอตเตอรี่แห่งที่สอง แถวบางลำภูเขา โดยออกลอตเตอรี่ช่วงค่ำของทุกๆวัน ชาวไทยนักเล่นลอตเตอรี่ในสมัยนั้นจึงมีสลากกินแบ่งให้ลุ้น กระตุ้นหัวใจกันถึง 2 เวลา ยามเช้า–เย็น รวมทั้งทำให้หลวงได้อากรจากสลากกินแบ่งถึง 20,000 บาท
“สลากกินแบ่ง ก.ข.” ไฮบริดแบบ “จีนผสมไทย”
แต่เดิม ลอตเตอรี่ที่ออกโดยชาวจีน เป็นสลากกินแบ่งที่นำชื่อของบุคคลสำคัญในยุควงศ์สกุลแซ่ซ้อง 36 คนมาใช้แทนตัวสลากกินแบ่ง แม้กระนั้นไม่เวิร์กเท่าใด เหตุเพราะว่าคนเมืองไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก เจ้าสัวหง เลยปรับเอาอักษรไทยมาใช้แทน พร้อมดูแลด้วยภาพบุคคลสำคัญ เลยเป็นต้นเหตุของ “สลากกินแบ่ง กรัมข.” ที่หลายๆคนบางทีอาจเคยรับรู้ชื่อ แม้กระนั้นไม่เคยรู้ว่า ที่มาเป็นยังไง
เมื่อชาวไทยนิยมเล่นลอตเตอรี่กันอย่างมาก กระทั่งอากรสลากกินแบ่งแปลงเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ โดยชาวไทยติดการเล่นลอตเตอรี่ กรัมข.อย่างมาก ถึงขั้นมีจำนวนเงินเวียนในวันหนึ่งๆมากถึง 40,000 – 50,000 บาท ยิ่งหากเป็นตอนๆวันออกพรรษาด้วยแล้ว จํานวนเงินที่ใช้ในการพนันพุ่งสูงมากขึ้นเป็นวันละ 120,000 – 140,000 บาทเลยทีเดียว!
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระมุ่งหวังให้ยกเลิกการเล่นลอตเตอรี่ เพื่อให้ราษฎรคิดบัญชีไว้หาเลี้ยงชีพ แต่เพราะว่ายังไม่อาจจะหาแหล่งรายได้อื่นทดแทนรายได้จากอากรสลากกินแบ่งกว่า 9 ล้านบาทได้ จึงทำเป็นเพียงแค่ประกาศลดปริมาณบ่อนเบี้ยรวมทั้งโรงสลากกินแบ่งไม่ให้มากเกินความจำเป็น มายกเลิกจริงๆก็ในยุคพระบาทสมเด็กพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศยกเลิกอากรลอตเตอรี่ช่วงวันที่ 1 เดือนเมษายน พุทธศักราช2459 รวมแล้วสลากกินแบ่ง กรัมข.ดํารงอยู่ในสังคมไทยตรงเวลาถึง 81 ปี โดยในปีในที่สุดก่อนจะมีการยกเลิกสลากกินแบ่ง กรัมข. ยุครัชกาลที่ 6 เงินอากรสลากกินแบ่งมีมูลค่าถึง 3,420,000 บาท
“หวย” สลากแบบใหม่ เลียนแบบฝรั่ง
การออก “หวย” หรือ สลากแบบยุโรป มีขึ้นทีแรกในปี พุทธศักราช2417 ในยุครัชกาลที่ 5 เนื่องในงานพิธีฉลองครบรอบวันพระราชสมภพของท่าน โดยมีจุดประสงค์ที่จะช่วยเหลือพ่อค้าฝรั่งที่นำผลิตภัณฑ์มาร่วมแสดง
ต่อไปได้มีการออกสลากกินแบ่งในวาระพิเศษอีกหลายหน มีจุดหมายเพื่อให้บำรุงสาธารณกุศล เป็นต้นว่า “สลากกินแบ่งเสือป่าบ้านล้าน” ในปีพุทธศักราช 2466 ยุครัชกาลที่ 6 จุดมุ่งหมายเพื่อให้หาเงินบำรุงกองเสือป่าอาสาสมัคร โดยพิมพ์สลากปริมาณ 1 ล้านฉบับ ขายฉบับละ 1 บาท คราวหลังการเคลื่อนไหวการปกครอง 2475 ในปีต่อมา เป็น พุทธศักราช2476 รัฐบาลมีนโยบายลดเงินรัชยกปการ (ส่วยแทนแรงงานมาตรฐานตามSystemขี้ข้า) ทำให้เมืองขาดรายได้ จึงเริ่มให้มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลบ่อยๆขึ้นมา เรียกว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาลไทย” พิมพ์ออกวางขาย 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท ออกรางวัลปีละ 4 งวด ในปี พุทธศักราช2482 มีการตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งเปลี่ยนแปลงการออกสลากจาก 4 เดือนต่อหนึ่งครั้ง มาเป็นออกเดือนละครั้ง โดยพิมพ์สลากออกวางขายเดือนละ 5 แสนฉบับ ราคาฉบับละ 1 บาท ต่อจากนั้น ราคาสลากก็เบาๆปรับมากขึ้น เงินรางวัลต่างๆก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้นยังเพิ่มความถี่สำหรับการออกรางวัล เป็นเดือนละ 2 ครั้ง 3 ครั้ง รวมทั้ง 4 ครั้ง ก่อนที่จะปรับลดน้อยลงมาที่ 2 ครั้งต่อเดือนอย่างขณะนี้ ในปี พุทธศักราช2517 ได้มีการออกพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นนิติบุคคล และจากนั้นก็เป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นตรงต่อกระทรแวดวงคลัง

แห่ขอพร “พญาลอ” อายุไม่ต่ำกว่า 900 ปี คอหวยเชื่อ “เลขเด็ด” จะให้โชค

แห่ขอพร “พญาลอ” อายุไม่ต่ำกว่า 900 ปี คอหวยเชื่อ “เลขเด็ด” จะให้โชค
วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 นักข่าวแถลงการณ์ว่าได้มีประชาชนทั้งในและต่างที่ทางตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา พากันนำดอกไม้ธูปเทียนเผ่านากราบไหว้บูชาขอพรขอโชคลาภจาก พญาลอ ณ วัดศรีปิงเมือง บ้านเวียงลอ ตำบลลอ ตามความเชื่อว่าท่านพญาลอ สามารถดลบันดาล ให้สัมฤทธิ์ผล ตามที่ผู้มาเซ่นไหว้ขอให้ช่วยเหลือและปกปักรักษาคุ้มครองตลอดจนช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ด้านการงานการเงินตลอดจนขอโชคลาภ ซึ่งต่างก็ไม่ผิดหวังภายหลังที่ตามที่ขอนำ เครื่องเซ่นไหว้ รูปปั้นไก่ชน ตลอดจนข้าวปลาอาหารคาวหวาน พวงมาลัย และอื่นๆนำมาถวายกันเป็นประจำ รวมไปจะถึงก่อนวัน หวยออกก็ได้มีผู้คนพากันเผ่านากราบไหว้ขอโชคลาภจากท่านด้วยเช่นกัน
ราษฎรแห่ขอพร “พญาลอ” วัดศรีปิงเมือง คาดอายุไม่ต่ำกว่า 900 ปี คอหวยเชื่อ “เลขเด็ด” จะให้โชค เตรียมนำไปลุ้น
วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 นักข่าวแถลงการณ์ว่า ได้มีราษฎรทั้งในและต่างที่ทางตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา พากันนำดอกไม้ธูปเทียนเผ่านากราบไหว้บูชาขอพรขอโชคลาภจาก พญาลอ ณ วัดศรีปิงเมือง บ้านเวียงลอ ตำบลลอ ตามความเชื่อว่าท่าน พญาลอ สามารถดลบันดาลให้สัมฤทธิผลตามที่ผู้มาเซ่นไหว้ขอให้ช่วยเหลือ และปกปักรักษาคุ้มครองตลอดจนช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ
สำหรับ องค์พญาลอ ยังไม่เจอหลักฐานศิลาจารึกที่แน่ชัด แต่เจอหลักศิลาจารึกที่ระบุปี พ.ศ.1669 พญาลอได้ร่วมสงคราม ไปช่วยขุนชินที่อยู่เชียงแสนได้รับชัยชนะมา ซึ่งตอนนั้นเวียงลอก็ได้ขึ้นเป็นหนึ่งในจำนวนของสิบสองปันนา อาณาจักรภูกามยาว และมีการศึกษาค้นพบรูปหล่อพญาลอ พ.ศ.2524 และ ศิลาจารึก 3 หลักปี พ.ศ.2039-2040-2043 และสันนิษฐานว่าพญาลอมีอายุไม่ต่ำกว่า 900 ปี
ทางด้าน นายสุเวช ไข่ทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเวียงลอ หมู่ 11 ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา กล่าวว่า องค์พญาลอหรืออนุสาวรีย์พญาลอ ได้ตั้งประดิษฐานอยู่ที่รอบๆลานหน้าวัดศรีปิงเมือง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของอำเภอจุน และเป็นที่เคารพนับถือของชาวตำบลลอ ทอดกันมานานตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันกว่า 900 ปีมาแล้ว ท่านเป็นทหารเอกที่ปกครองเมืองเวียงลอ ในอดีตตามประวัติที่ศึกษาและทำการค้นพบศิลาจารึกได้ทำศึกสงครามในล้านนาหลายครั้ง
ดังนี้ตามความเชื่อของประชาชนที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เชื่อว่าช่างมีความศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้การช่วยเหลือราษฎร ที่มากราบไหว้ขอพรให้คุณช่วยเหลือหลังจากสัมฤทธิผล แล้วหลังจากนั้นก็จะได้นำเอาเข้าร้านดอกไม้ธูปเทียนเครื่องเซ่นไหว้ ตลอดจนรูปปั้นไก่ หรือรูปไก่ชนนำมาถวายให้คุณ เพราะว่าท่านพญาลอท่านชอบไก่โดยเฉพาะบรรดาเซียนไก่ชน เมื่อจะนำไก่ไปชน หรือเข้าสังเวียนและจะนำไก่มาขอพรให้คุณพญาลอช่วยตีชนะ รวมทั้งเรื่องขอโชคลาภด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรดาคอหวยพากันเผ่านากราบไหว้ขอโชคลาภจากท่านด้วยเช่นกัน โดยเอาตัวเลขพญาลอ ทั้ง 524, 039, 040, 043 และเลขสันนิษฐานว่า พญาลอมีอายุไม่ต่ำกว่า 524 ปี ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเสี่ยงโชค ในงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2563.

“คำชะโนด” คึกคัก นักเสี่ยงโชคไหว้ขอพร ได้ “เลขเด็ด” ติดมือลุ้นหวย 1 ส.ค.63

ดูหนังใหม่ออนไลน์คอหวยคำชะโนดฮือฮา เห็น “เลขเด็ด” ที่เครื่องไหว้ บริเวณศาลพ่อปู่แม่ย่า อาศัยดวงเด็กส่องเลขน้ำตาเทียนที่ อ่างน้ำมนต์
วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณลานบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนด ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า เนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดยาว ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบขอพรพ่อปู่แม่ย่า เพื่อความเป็นสิริมงคลจำนวนมาก รวมถึงขอโชคลาภด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวโดยมากที่ไม่ได้ลงทะเบียนจองเข้าพื้นที่ หรือลงทะเบียนไม่ได้ เนื่องจากคิวเต็ม ก็จะแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานบวงสรวงแห่งนี้โดยบริเวณศาลพ่อปู่แม่ย่า มีคนโชคดีนำของมาถวายเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักเสี่ยงโชคที่ตาไว ก็เพ่งไปที่หวีกล้วย พูดว่า เห็นเลขชัดเจน คือ 163, 36, 63 และยังบอกอีกว่าเลข 6 อาจเป็นเลข 9 เลข 3 อาจเป็นเลข 8 ตามความเชื่อของคนชอบตัวเลข
อีกจุดใกล้กันตรงหน้าศาล เจออ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ คนก็แห่กันมาส่องโดยอาศัยสายตาของลูกของหลานว่ามองเห็นน้ำตาเทียนคล้ายเลขอะไร บางกลุ่มว่าไม่เห็น แต่บางกลุ่มก็มองเห็นเลข 2, 4, 5 และ 7 ซึ่งนักเสี่ยงโชคก็จะได้นำไปเสี่ยงดวง หาซื้อเลขเด็ดจากสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อลุ้นๆโชคในงวดวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อ และดวงใครดวงมัน.
สาวขอพรลูบ “ลูกแก้วสารพัดนึก” หวังได้ “เลขเด็ด” ตามรอยคนถูกหวย 30 ล้าน
สาววัย 38 ปี เดินทางขอพร “พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา” พร้อมลูบคลำ “ลูกแก้วสารพัดนึก” ตามรอยคนถูกหวยรางวัลที่ 1 พร้อมบอก “เลขเด็ด” เซียมซี งวดนี้ 6 เบิ้ล
วันที่ 26 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาธุชนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยเฉพาะที่ศาลาพระราหูแปดทิศ สถานที่ประดิษฐานพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา นับเป็นด่านแรกเมื่อจอดรถที่ลานเสร็จก็จะเข้ากราบไหว้ขอโชคขอลาภ “เลขเด็ด” และล้วงไข่ในไหทองคำ หมุนลูกแก้วสารพัดนึก
จากการสอบถาม นางสาวจอย ลำเต็ม อายุ 38 ปี สาวเมืองนนทบุรี เปิดบอกว่า เดินทางมาที่วัดสว่างอารมณ์เป็นประจำ โดยมาทำบุญบ้าง และมาขอโชคลาภเสี่ยงทายเลขเด็ดบ้าง หากมีเวลาว่างก็จะมาพร้อมกับครอบครัว ที่ผ่านมาแม่ของตนจะถูกหวยบ่อยเพราะได้เลขเด็ดจากที่วัดแห่งนี้ ในวันนี้ได้มาลูบลูกแก้วเช่นกัน เนื่องจากเห็นจากข่าวโด่งดังที่มีผู้คนถูกรางวัลที่ 1
แต่จากการขอพรลูบลูกแก้วด้านหน้าพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา ในวันนี้กลับมองไม่เห็นอาจเป็นเพราะยังไม่ใช่ดวงของเรา แต่ทั้งนี้ได้ไปเขย่าเซียมซีพบว่าได้เลข 7 6 6 ก็หวังไว้เล็กๆ ว่า จะนำหมายเลขนี้ไปเสี่ยงดวง เผื่อได้โชคลาภเหมือนคนอื่นๆ หากถูกจะเดินทางกลับมาทำบุญ
นอกจากบรรยากาศที่ศาลาพระราหู 8 ทิศแล้ว หลายแห่งที่เป็นสถานที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระเงินพระทอง, ตาทอง งิ้วราย, เล่ายี่กอฮง, แป๊ะ โรงสี กุมารน้องเก้า เลิฟเลิฟ และแม่ตะเคียนขนาดใหญ่ที่อาจารย์แป๊ะไปอัญเชิญขึ้นจากบ่อทราย ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เจ้าของบ่อถวายให้มาอยู่วัด และ ตะเคียนทอง ปากคลองตลาด สมัย ร.5 ที่ไปขวางใต้พื้นเสาเข็มที่จะสร้างตลาดใหม่ อาจารย์แป๊ะนำขึ้น และเจ้าของตลาดมอบให้ไว้ที่วัด แต่ละแห่งสาธุชนและนักเสี่ยงโชคมารุมล้อมขอโชคลาภกันอย่างเนืองแน่นเช่นกัน
ยังไงก็ตาม พบว่าก่อนหน้านี้ น.ส.วิภาพร แซ่แต้ อายุ 67 ปี ชาวบางแค กทม. ได้มาขอพรแล้วลูบคลำ “ลูกแก้วสารพัดนึก” ตำแหน่งอยู่ด้านหน้าพ่อปู่ศรีสุทโธ และได้ซื้อลอตเตอรี่ หมายเลข 347258 จำนวน 5 ใบ ซึ่งต่อมาถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ก.ค.63 รับเงิน 30 ล้านบาท.